
ข้อมูลและรูปภาพจาก Architectural Record Photo © Shinkenchiku-Sha
By Naomi R. Pollock, AIA – This is an excerpt of an article from the April 2008 edition of Architectural Record.
ในสายตาของคนทั่วไป ญี่ปุ่นดูจะเป็นประเทศที่เกาะติดกระแสรักษ์สิ่งแวดล้อมที่ถาโถมเข้าสู่โลกสถาปัตยกรรมอย่างเชื่องช้าเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ แต่ในความเป็นจริงแล้วร่องรอยของการตระหนักรู้และเข้าถึงธรรมชาติได้ฝังรากลึกลงในวิถีการสร้างบ้านของพวกเขามาเป็นเวลานานกว่าศตวรรษ ตัวอย่างเช่น การนำเอาวิธีการระบายอากาศและระบบแสงสว่างแบบธรรมชาติมาใช้ สำหรับโครงการนี้มีที่ตั้งอยู่ท่ามกลางที่ดินซึ่งมีชุมชนอาศัยอยู่อย่างสงบและเป็นมิตรท่ามกลางไร่กระหล่ำปลีและแครอท Yoshiharu Tsukamoto จากออฟฟิศ Atelier Bow-Wow จึงได้มุ่งความสนใจไปที่ทักษะและความรู้จากตามประเพณีดั้งเดิมเป็นแรงบันดาลใจหลักในการทำงาน
ความตั้งใจของสถาปนิกและนักศึกษาผู้ร่วมงานจากวิทยาลัยเทคนิคโตเกียวมิใช่เพียงแค่การสร้างบ้านใหม่ แต่เป็นการสร้างรูปแบบใหม่ของบ้านในเขตเกษตรกรรมชานเมืองซึ่งปรากฏให้เห็นอยู่มากในพื้นที่รอบนอกเมืองของญี่ปุ่น ที่ตั้งโครงการอยู่ในเขตชานเมือง Sendai เมืองซึ่งประกอบไปด้วยประชากร 1 ล้านคนตั้งอยู่ห่างจาก Tokyo มาทางเหนือประมาณ 190 ไมล์ พื้นที่ดินกว่า 2,500 ตารางฟุตนี้เป็นพื้นที่ชุมชนซึ่งเติบโตและขยายตัวในทศวรรษที่ 1960 ในช่วงนั้นยังเป็นพื้นที่เพาะปลูกอยู่ ในปัจจุบันอัตราการเติบโตของชุมชนมีแนวโน้มลดลงเหมือนกับเมืองอื่นๆในญี่ปุ่น เนื่องจากคนรุ่นใหม่มีความต้องการอพยพย้ายถิ่นเข้าสู่ศูนย์กลางเมืองเกียวโตมากขึ้น
ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ลูกค้าของ Tsukamoto มิได้รับผลกระทบจากอิทธิพลเหล่านั้น แต่กลับตัดสินใจย้ายมาอยู่ในพื้นที่ชานเมือง บนที่ดินของครอบครัวซึ่งเดิมใช้ในการเพาะปลูก ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับบ้านสมัยเด็กของภรรยา บ้านหลังนี้แสดงออกอย่างชัดเจนและเปิดโล่งสู่ถนน ถึงแม้ว่ารูปแบบของบ้านจะไม่กลมกลืนสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมที่เป็นบ้านผนังฉาบปูนและหลังคาทรงจั่วปั้นหยาตามธรรมเนียมนิยม แต่บ้าน Nora หรือ “บ้านกลางสวน” มีอง๕ประกอบสำคัญของสถาปัตยกรรมแบบบ้านไร่พื้นถิ่นอยู่คือ ชานระเบียงมีหลังคาคลุม พื้นที่ภายในที่ลื่นไหล โครงสร้างไม้ และที่สำคัญที่สุดคือ หลังคาขนาดใหญ่ที่ลอยอยู่ปกคลุมบ้านทั้งหลัง
เมื่อเปรียบเทียบสัดส่วนของโครงการกับรูปแบบอาคารทางประวัติศาสตร์อย่างบ้านชนบทของญี่ปุ่น ทำให้เรามอง Nora House เหมือนกับยุ้งฉาง หรือโรงนาขนาดย่อมที่มีแค่ชั้นเดียว ซึ่งในการรักษารูปแบบภายนอกลักษณะนี้ ส่งผลให้พื้นที่ว่างภายในเป็นลักษณะที่ว่างขนาดใหญ่เพียงห้องเดียว Tsukamoto อธิบายว่า เขาได้ทำการออกแบบที่ว่างลักษณะนี้อยู่หลายโครงการในโตเกียวแต่ส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะความสัมพันธ์ของการใช้สอยที่เป็นแนวดิ่ง แต่ในโครงการนี้เขาเลือกที่จะพัฒนาแนวความคิดในการกระจายตัวของที่ว่างแนวราบมากกว่า ช่วงความแตกต่างของความสูงที่ว่างภายในมีค่าประมาณ 2.70 เมตร นั่นคือความแตกต่างของส่วนพื้นที่ห้องเก็บของซึ่งเป็นจุดที่ต่ำสุดของบ้าน และห้องของลูกสาวซึ่งเป็นจุดที่มีความสูงที่สุดในบ้าน โดยพื้นที่ใช้สอยในบ้านถูกแบ่งแยกด้วยระดับที่ต่างกันถึง 9 ระดับ และเพื่อตอบสนองความต้องการของเจ้าของในด้านการเชื่อมต่อพื้นที่ว่างภายใน จึงออกแบบให้มีฉากหรือผนังกั้นน้อยที่สุด บันไดช่วงพาดสั้นถูกนำมาใช้เพื่อแบ่งแยกพื้นที่ใช้สอยในระดับที่ไม่แยกจากกันโดยเด็ดขาด ผนังอิสระจำนวน 3 ชิ้นทำหน้าที่เป็นตัวแบ่งพื้นที่และในขณะเดียวกันก็มีประโยชน์เป็นตัวค้ำยันทางด้านข้างไปในตัว
Photo © Shinkenchiku-Sha @ Architectural Record
Tags: Architecture, House
